23 ส.ค. 2559

การป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้ง

การป้องกัน และกำจัดเพลี้ยแป้ง ที่ระบาดในแปลงปลูกมันสำปะหลัง

ก. การป้องกันกำจัดในพื้นที่ ที่มีการระบาดระดับรุนแรง

   1. มันสำปะหลังอายุไม่เกิน 1 - 4 เดือน

      เกษตรกรจะต้องถอนต้นมันทั้งหมดบรรจุในถุงดำ ผูกให้แน่น ตากแดดทิ้งไว้อย่างน้อย 3 วัน หรือนำไปทำลายโดยการเผาหรือฝังกลบ หากต้องการปลุกมันสำปะหลังซ้ำในที่เดิม ให้ทำการป้องกันกำจัด โดยทำความสะอาดแปลง กำจัดเศษวัชพืช และเศษซากต้นมัน เพื่อตัดวงจรชีวิตของเพลี้ยแป้ง จากนั้นให้ไถพรวนดินทิ้งไว้อย่างน้อย 14 วัน จึงปลูกใหม่ โดยใช้ท่อนพันธุ์ที่สะอาด ปราศจาก เพลี้ยแป้งตามวิธีการที่แนะนำในข้อ ค

   2. แปลงที่มีมันสำปะหลังอายุ 5-8 เดือน

      ให้ตัดเอายอดที่มีเพลี้ยแป้งระบาดทั้งหมดบรรจุถุงดำ ผูกให้แน่น ตากแดดทิ้งไว้อย่างน้อย 3 วัน หรือนำไปทำลายโดยการเผาหรือฝังกลบ หลังจากนั้นสามารถใช้วิธีป้องกันกำจัดได้หลายวิธีดังนี้

      2.1 การใช้ชีววิธี โดยใช้แมลงศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยแป้งหรือใช้สารชีวอินทรีย์

หลังจากที่เกษตรกรตัดยอดและนำไปทำลายแล้ว ควรใช้เชื้อราบิวเวอร์เรียฉีดพ่นให้ทั่วแปลงโดยจะต้องฉีดในช่วงเย็นที่อากาศ ไม่ร้อนมากและความชื้นสัมพัทธ์มน อากาศไม่ต่ำกว่า 50% โดยฉีดซ้ำ 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 10 วัน สปอร์ของเชื้อราบิวเวอร์เรียจะสร้างเส้นใยเข้าทำลายอวัยวะต่างๆของเพลี้ย แป้งและระบาดสู่เพลี้ยแป้งตัวอื่น หลังจากนั้นให้เกษตรกรหมั่นสังเกตว่าจะมีแมลงช้างปีกใส ซึ่งเป็นแมลงศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยแป้งเข้าไปทำลายเพลี้ยแป้งโดยธรรมชาติ หากไม่มีให้ผลิตแมลงช้างปีกใสไปปล่อย หรือเกษตรกรอาจติดต่อสำนักงานบริหารศัตรูพืชใกล้บ้าน ขอแมลงช้างปีกใสก็ได้ แมลงช้างปีกใส 1 ตัว สามารถกินเพลี้ยได้ 150 ตัว ตลอดอายุ 10 วัน เกษตรกรสามารถขยายพันธุ์แมลงช้างปีกใสได้ด้วยตัวเอง โดยสังเกตไข่และตัวอ่อนของแมลงช้างปีกใส ที่ยอดมันที่มีเพลี้ยแป้ง เกษตรกรสามารถดูไข่และตัวอ่อนได้ด้วยตาเปล่า ไข่มีลักษณะเป็นเส้นขาวที่มีหัวคล้ายไม้ขีดไฟสีขาวหรือเขียว เกาะอยู่ตามใบ ยอด ช่อ ให้เตรียมภาชนะที่มีลักษณะเป็นอ่างหรือกาละมังใส่ทรายประมาณครึ่งหนึ่ง ใส่น้ำให้ปริ่มทรายแล้วนำยอดมันสำปะหลังที่มีเพลี้ยแป้งมาปักในกาละมังคลุม ด้วยตาข่ายมิให้แมลงช้างปีกใสบินหนี ปล่อยให้ตัวอ่อนแมลงช้างปีกใสกินเพลี้ยแป้ง เมื่อขยายพันธุ์ได้มากให้นำตัวอ่อนไปปล่อยในแปลงที่มีเพลี้ยระบาด แมลงช้างปีกใสจะช่วยควบคุมเพลี้ยแป้งไม่ให้ระบาดได้

      2.2 วิธีการใช้สารเคมีฉีดพ่นต้นมันสำปะหลัง

ใช้สารฆ่าแมลงไทอะมีโทแซม 25%WG ในอัตรส่วน 2 กรัม ร่วมกับไวท์ออยล์อัตรา 40 ซี.ซี.ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นติดต่อกัน 2 ครั้ง ห่างกัน 10 วัน เนื่องจากการฉีดครั้งเดียวอาจกำจัดได้เฉพาะตัว อ่อนและตัวโตเต็มวัย แต่ไม่สามารถกำจัดไข่เพลี้ยแป้ง ซึ่งอยู่ในถุงที่มีใยสีขาวจึงต้องฉีดพ่นซ้ำอีก

      2.3 มันสำปะหลังอายุ 8 เดือนขึ้นไป

ให้ขุดหัวมันขึ้นเพื่อจำหน่ายทันที หลังจากนั้นให้ทำการป้องกันกำจัดโดยการทำความสะอาดแปลง กำจัดเศษวัชพืช ซากวัชพืช ไถพรวนดินให้ลึกแล้วปล่อยทิ้งไว้ไม่ต่ำกว่า 14 วันเพื่อตัดวงจรชีวิตเพลี้ยแป้ง ก่อนปลูกมันสำปะหลังใหม่

 ข. การกำจัดเพลี้ยแป้งในแปลงมันสำปะหลังที่เริ่มมีการระบาดของเพลี้ยแป้งและการระบาดยังมีเพียงเล็กน้อย

    ให้ใช้สารฆ่าแมลงไทอะมีโทแซม 25%WG อัตราส่วน 2 กรัม ร่วมกับ ไวท์ออยล์หรือนำยาจับใบชนิดเข้มข้น 40 ซี.ซี. ผสมน้ำ 20 ลิตร โดยนำไวท์ออยล์ตีให้เข้ากับน้ำก่อนที่จะผสมสารฆ่าแมลง สามารถฉีดพ่นได้เนื้อที่ประมาณ 1-2 งาน นอกจากกำจัดเพลี้ยแป้งโดยใช้สารเคมียังสามารถป้องกันเพลี้ยแป้งได้ต่อ เนื่อง 14 - 15 วัน

 ค. การทำให้ท่อนพันธุ์สะอาด ปราศจากเพลี้ยแป้ง

   หลังจากสับต้นพันธุ์ให้ได้ขนาดที่จะใช้ปลูกแล้ว ให้แช่ท่อนพันธุ์เพื่อกำจัดเพลี้ยแป้งโดยใช้สารฆ่าแมลง ไทอะมีโทแซม 25%WG อัตรส่วน 4 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นานไม่น้อยกว่า 10 นาที วิธีการแช่ท่อนพันธุ์ดังกล่าวจะกัดเพลี้ยแป้งที่อาจติดอยู่กับท่อนพันธุ์ และสามารถป้องกันการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้งได้ 24 - 30 วัน

 ง. การติดตามเฝ้าระวังการระบาด

   เกษตรกรผู้ผลูกมันสำปะหลังควรหมั่นตรวจตราแปลงปลูกของตน หากมีเพลี้ยแป้งเกิดขึ้นจะได้ป้องกัน กำจัด ได้ทันเวลา เพื่อมิให้ระบาดต่อไป

แหล่งอ้างอิง http://www.nettathai.org/tapioca/39.html