UBE จับมือ BEDO จัดทำแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพ (BAP) ยกระดับการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ “UBE” เดินหน้าพัฒนาการดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืน โดยร่วมกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ “BEDO” จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อจัดทำแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) ระหว่างวันที่ 17–18 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพให้สอดคล้องกับบริบทธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว

การประชุมครั้งนี้นำโดย นางสาวกัณฑ์พร กรรณสูต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารงานความยั่งยืนองค์กร สื่อสารองค์กร และรัฐกิจสัมพันธ์ พร้อมด้วยคณะทำงานจากUBE ที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับความร่วมมือจาก BEDO นำโดย นายสุวีร์ งานดี รองผู้อำนวยการ และ น.ส.พักตร์พิมล โชคดีปรีชากุล ผู้อำนวยการสำนักเผยแพร่และส่งเสริมการมีส่วนร่วม รวมถึงผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่จาก BEDO และ ดร.เพชร มโนปวิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเชิงวิชาการตลอดการดำเนินกิจกรรม

การจัดทำแผน BAP มุ่งเน้นการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมการประเมินผลกระทบ (Impacts) และการพึ่งพิง (Dependencies) ที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมกำหนดแนวทางการดำเนินงาน เป้าหมาย และตัวชี้วัดที่สามารถติดตามและประเมินผลได้ เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยภายใน Workshop ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การระดมความคิดเห็นร่วมระหว่างภาคธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการลงพื้นที่ศึกษาดูงาน (Site Visit) เพื่อศึกษาบริบทเชิงนิเวศและประเมินประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง อันจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางบริหารจัดการและมาตรการที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวกัณฑ์พร กรรณสูต กล่าวว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจของ UBE การจัดทำแผน BAP ในครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทมีแนวทางบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่ชัดเจนและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถกำหนดมาตรการ เป้าหมาย และแนวทางติดตามผลที่เหมาะสมกับบริบทธุรกิจ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว”

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ UBE ในการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และการพัฒนาแนวทางบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว