UBE GROUP ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการใส่ใจทุกมิติ UBE : UBE CARE

หลักการและกรอบแนวคิดด้านความยั่งยืน

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (“UBE GROUP”) ดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรชั้นนำที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม ด้วยนวัตกรรมด้านเกษตรอินทรีย์ อาหาร และชีวภาพ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสมดุล โดยบูรณาการการจัดการความยั่งยืนองค์กรในทุกมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ไปในทุกขั้นตอนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ เสริมสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส โดยยึดมั่นต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและระดับสากล รวมถึงเป้าหมายของสหประชาชาติ

การจัดการมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมกัน
การสร้างสรรค์ชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่ดี
สนับสนุนบุคลากร และเกษตรกรให้ก้าวหน้าไปพร้อมกับ UBE

UBE GROUP มีการกำกับดูแลด้านความยั่งยืนผ่านคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและความยั่งยืนองค์กร ผู้บริหารระดับสูง และคณะทำงานด้านความยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานและการเปิดเผยข้อมูลมีความครบถ้วน ถูกต้อง และเชื่อถือได้ ครอบคลุมความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำแนวปฏิบัติตามคู่มือการรายงานความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน ตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนของกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานและอาหาร รวมถึงกรอบการประเมินของ FTSE Russell (FTSE Russell ESG Scores) มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานและเปิดเผยข้อมูล เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการความยั่งยืนให้สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสและเทียบเคียงในระดับสากล

กลยุทธ์ธุรกิจ และกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน

“กลยุทธ์ธุรกิจ...ที่ผนวกกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน” UBE GROUP กำหนดนโยบายการจัดการความยั่งยืน โดยนำเป้าหมาย และกลยุทธ์ธุรกิจมาผนวกกับประเด็นการจัดการความยั่งยืนทั้ง 3 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานที่สามารถวัดผลและตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส พร้อมทั้งมีการประเมินความเสี่ยงและโอกาสทั้งในมิติธุรกิจและมิติ ESG (Risk & Opportunity) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการเชิงรุก และเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ภายใต้แนวคิดดังกล่าว ซึ่งจุดยืนของ UBE GROUP ได้สร้างสรรค์กลยุทธ์ในการทำงานแบบเชิงรุก และมีวิสัยทัศน์มองไปข้างหน้า “4 BEYONDS ได้แก่

1U : Beyond the Challenges

UBE ก้าวเหนือความท้าทายทางธุรกิจ...ด้วยการปรับตัวอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

แบ่งการดำเนินธุรกิจออกเป็น 2 กลุ่ม BEYONDS ดังนี้

1U : Beyond the Challenges
ธุรกิจเอทานอล (Ethanol Business)
ดำเนินการผลิตเอทานอลจากวัตถุดิบทางการเกษตร ได้แก่ มันสำปะหลังและกากน้ำตาล โดยใช้ระบบการผลิตแบบยืดหยุ่น (Multi-feed) ที่สามารถเลือกใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย ภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรและเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน สร้างโอกาสการเติบโตใหม่และนำพาธุรกิจรุกสู่ตลาดสากล ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการส่งออกในประเทศต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพในตลาดโลกที่มีแนวโน้มเติบโต และมุ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันผ่านความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (Operational Excellence) มาใช้ในการบริหารจัดการต้นทุน
ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Business)
บริษัทฯ มุ่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ โดยผลิตพลังงานจากก๊าซชีวภาพ (Biogas) ที่ได้จากกระบวนการผลิตและการบำบัดน้ำเสีย รวมถึงพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating) และโครงการฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) เพื่อผลิตไฟฟ้าสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร
กลุ่มที่ 2 Beyond Food
ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง และฟลาวมันสำปะหลัง (Starch & Flour Business)
เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะต้นน้ำ คือ “เกษตรกร” ผ่านระบบ Contract Farming เพื่อส่งเสริมการเพาะปลูกตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล ด้วยการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในการร่วมกันยกระดับเกษตรกรภายใต้โครงการ “อุบลโมเดลพลัส” รวมทั้งเน้นการทำงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ระดับกลางน้ำเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งาน (Application) ที่หลากหลายยิ่งขึ้น มุ่งผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products) ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า พรีเมียมทั่วโลก
ธุรกิจการค้าและจัดจำหน่าย (Trading Business)
ดำเนินธุรกิจการค้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลักของกลุ่ม UBE ได้แก่ เอทานอล แป้งมันสำปะหลัง และผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มอื่น ๆ พร้อมทั้งต่อยอดการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ในกระบวนการผลิตสู่ผลิตภัณฑ์ปรับปรุงดินและโซลูชันทางการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากร สร้างรายได้อย่างยั่งยืน และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ธุรกิจอาหารและบริการ (Food and Hospitality Business)
ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจอาหารและบริการ เพื่อสร้างความหลากหลายทางธุรกิจให้สอดรับกับแนวโน้มการเติบโตของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจบริการที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน เสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุน และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวของกลุ่ม UBE เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์‘โอชิเน’ (Oshinei) ที่เป็นสายธุรกิจใหม่ดาวรุ่ง (Rising Star) ภายใต้บริษัท โอชิเน เอ็นเตอร์ไพรส์ (Oshinei Enterprise) ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค ด้วยคุณภาพอาหารและการเข้าถึงที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบแฟรนไชส์ 22 สาขา และสาขาที่บริษัทลงทุนเอง (Equity Store) 5 สาขา

2U : Beyond through Innovation

UBE ก้าวข้าม และไปให้ไกลกว่าเดิม ...ด้วยนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนา เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว

มุ่งเน้นงานวิจัยที่พัฒนาตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านอุตสาหกรรมชีวเคมี (BIO TECHNOLIGY) ด้านเทคโนโลยีอาหาร (FOOD TECHNOLOGY) และการวิจัยด้านการเพาะปลูก (Plantation) มีส่วนงานวิจัยฯ ภายในประจำแต่ละธุรกิจ ใช้โมเดลในการทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐ และเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมทั้งปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงานทุกคนเป็นนวัตกร (INNOVATOR) ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในการทำงาน เพื่อพัฒนาตนเอง และเพิ่มทักษะความชำนาญอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนธุรกิจให้มีสมรรถนะในการปรับตัวที่แข็งแกร่งรับมือต่อปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

3U : Beyond Sustainability

UBE ก้าวสู่อนาคตด้วยรากฐาน ESG ...พร้อมสร้างคุณค่าร่วมด้วยเศรษฐกิจเชิงฟื้นฟู

UBE ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคตบนรากฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจเชิงฟื้นฟู (Regenerative Economy) ด้วยการบูรณาการกลยุทธ์ทางธุรกิจเข้ากับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนในทั้ง 3 มิติ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพื่อเสริมสร้างการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

กระบวนการบริหารจัดการความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทุกด้านดังนี้

  • การกำหนดนโยบาย โครงสร้างการกำกับดูแล และคณะทำงาน
  • การประเมินประเด็นสาระสำคัญ (Materiality Assessment)
  • การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
  • การประเมินความเสี่ยงและโอกาส (Risk & Opportunity)
  • การกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์
  • การติดตามผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)
  • การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส (Disclosure)

กระบวนการดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล และสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน

4U : Beyond Generation

UBE ก้าวล้ำด้วยพลังสุข...วิถีใหม่ ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี

UBE ได้เห็นความสำคัญของการจัดการ “ความเป็นอยู่ที่ดี” (WELL- BEING) เริ่มจากภายในองค์กร ส่งเสริมให้พนักงานมีคุณภาพที่ดีทั้งกาย และใจ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ดีในการสร้างสรรค์สังคมต่อไป และต่อยอดเป็นไอเดียทางธุรกิจด้วยการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ สร้างสรรค์ธุรกิจที่ช่วยส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี หรือสุขภาวะในสังคม เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทุกเจเนอเรชันให้มีความสุขในการดำรงชีวิต

กลยุทธ์ความยั่งยืน

จากการวางแนวคิดทางธุรกิจ “Beyond sustainability” เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย UBE ร่วมกันขับเคลื่อนความยั่งยืนองค์กร ภายใต้คำว่า “UBE CARE” ดังนี้

แนวทางการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความยั่งยืนให้ “ช่วยกัน” ด้วย UBEYOND

การดำเนินธุรกิจจะยั่งยืนได้นั้น ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ “คน” UBE GROUP ส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานมีพฤติกรรม และจิตใจที่ตระหนักถึงความยั่งยืนทุกมิติ ESG ปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรผ่านการสื่อสารรณรงค์ภายใต้คำว่า UBEYOND โดยมีกลไกการที่สร้างสรรค์ “การวัดผลให้เกิดพฤติกรรมยั่งยืน” อย่างแท้จริง