บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) : UBE

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “UBE) เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ เอทานอล และแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งบริษัทจำหน่ายทั้งแป้งมันสำปะหลัง (Cassava Starch) และแป้งฟลาวมันสำปะหลัง (Cassava Flour) แบบทั่วไปและแบบออร์แกนิค บริษัทถือเป็นผู้ผลิตและแปรรูปมันสำปะหลังแบบครบวงจร (Well-integrated Tapioca Player) รายใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จากการใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในการผลิตทั้งเอทานอล แป้งมันสำปะหลังและแป้งฟลาว ซึ่งมีการนำวัตถุดิบมันสำปะหลังเข้าสู่กระบวนการผลิตมากถึง 1,200,000 ตันต่อปี

บริษัทมีการนำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิต เช่น น้ำใช้จากกระบวนการผลิตและกากมันสำปะหลัง มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนในโรงงานผลิตเอทานอลและแป้งมันสำปะหลัง นอกจากนี้ ก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้ส่วนหนึ่งจะนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้หมุนเวียนในโรงงานเพื่อลดต้นทุนการผลิต และจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทอีกทางหนึ่ง

นอกจากการผลิตและจำหน่ายเอทานอล แป้งมันสำปะหลัง และการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่อง บริษัทได้ขยายสู่การพัฒนาสินค้าทางการเกษตรชนิดอื่นที่มีมูลค่าสูง (High Value Product หรือ HVP) หรือมีศักยภาพในการจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในปี 2563 บริษัทได้ริเริ่มธุรกิจเกษตรอินทรีย์ โดยมีแผนที่จะปลูกกาแฟอินทรีย์ (Organic Coffee) และข้าวอินทรีย์ (Organic Rice) เพื่อจำหน่าย อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทอื่นๆ เช่น อาหารผสมเสร็จที่ผลิตจากหญ้าเนเปียร์ สำหรับการเลี้ยงโคเนื้อ เป็นต้น

ธุรกิจเอทานอล

บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงรายใหญ่ของประเทศ มีโรงงานผลิตเอทานอลซึ่งมีกำลังการผลิต 400,000 ลิตรต่อวัน หรือเทียบเท่ากำลังการผลิต 146 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งถือเป็นกำลังการผลิตต่อ 1 สายการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง โดยโรงงานผลิตเอทานอลของบริษัทตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 900 ไร่ ในจังหวัดอุบลราชธานี โรงงานเอทานอลของบริษัทสามารถผลิตได้ทั้งเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง (Fuel Grade Alcohol) และเกรดอุตสาหกรรม (Industrial Grade Alcohol) ซึ่งใช้สำหรับสเปรย์ฆ่าเชื้อทำความสะอาดมือ ภายใต้แบรนด์ "UBON BIO" และ "KLAR"

01

ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง

บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังทั้งเกรดอาหารและเกรดอุตสาหกรรม ภายใต้เครื่องหมายการค้า “อุบลซันฟลาวเวอร์ปัจจุบัน บริษัทมีกำลังการผลิตแป้งมันสำปะหลัง 700 ตันแป้งต่อวัน หรือเทียบเท่ากำลังการผลิต 255,500 ตันแป้งต่อปี โดยโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังของบริษัทตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับโรงงานผลิตเอทานอลในจังหวัดอุบลราชธานี บริษัทจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังในตลาดต่างประเทศ เช่น ประเทศจีนและประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหลัก ให้กับกลุ่มลูกค้าที่โดยส่วนใหญ่ใช้แป้งมันสำปะหลังในอุตสาหกรรมอาหาร บริษัทให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานสากลจากสถาบันชั้นนำต่างๆ ทัดเทียมกับผู้ผลิตรายอื่นในอุตสาหกรรม

บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังที่มีศักยภาพและมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่แป้งมันสำปะหลัง (Cassava Starch) จนถึงแป้งฟลาวมันสำปะหลัง (Cassava Flour) ทั้งแบบทั่วไปและออร์แกนิค เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิค เป็นแป้งมันสำปะหลังเกรดพรีเมียมที่ผลิตจากหัวมันสำปะหลังอินทรีย์ (Organic Cassava) ที่ไม่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีรายได้จากการจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทเป็นผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายในโลกที่สามารถผลิตแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิคที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าออร์แกนิคสากล บริษัทจึงสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิคไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งถือเป็นตลาดสินค้าออร์แกนิคขนาดใหญ่ของโลกและมีแนวโน้มการเติบโตสูง ส่งผลให้ในปัจจุบัน บริษัทถือเป็นผู้ผลิตและส่งออกแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิครายใหญ่ของโลก มีปริมาณการส่งออกมากกว่า 20,000 ตันต่อปี

02

ธุรกิจเกษตรอินทรีย์

จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการเพาะปลูกมันสำปะหลังออร์แกนิคจนประสบความสำเร็จและได้รับการรับรองมาตรฐานอินทรีย์สากล บริษัทเล็งเห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจไปสู่การผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ประเภทอื่น เพื่อรองรับความต้องการสินค้าออร์แกนิคที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในปี 2563 บริษัทจึงเริ่มขยายธุรกิจไปยังการผลิตกาแฟออร์แกนิค (Organic Coffee) และข้าวออร์แกนิค (Organic Rice) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและสามารถสร้างส่วนต่างกำไรที่ดีให้กับบริษัท โดยอาศัยความได้เปรียบจากการที่โรงงานของบริษัทตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับประเทศลาว ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกกาแฟชั้นดี โดยบริษัทได้เข้าสำรวจพื้นที่และชักชวนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการปลูกพืชอินทรีย์กับบริษัท โดยพื้นที่ดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานออร์แกนิคจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่บริษัทจะเข้าทำเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) กับเกษตรกรในพื้นที่เพื่อเริ่มการเพาะปลูก ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ในปี 2565 เป็นต้นไป

03